วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Lexus ES 300H รุ่นปี 2013 ไฮบริดคาร์ที่ไม่ควรมองข้าม

  ขึ้นชื่อว่ารถไฮบริดแล้ว ถือเป็นรถที่ได้รับการพูดถึงและดูเป็นที่สนใจของผู้คนที่อยากจะหันมาขับรถ ที่ช่วยประหยัดน้ำมันเยอะแยะมากมาย ด้วยเหตุนี้ ทาง Lexus เองก็ไม่อยู่นิ่งเฉย ได้ปล่อย ES 300H รุ่นปี 2013 ออกมาให้เห็นกันแล้ว เรียกได้ว่าเป็นรถไฮบริดที่หากใครสนใจ ไม่ควรพลาดเลยจริง ๆ

          สำหรับ สิ่งใหม่ ๆ ที่เห็นได้ชัดของ ES 300H ก็คือเรื่องของการดีไซน์ใหม่ที่ดูหรูหราแต่แอบแฝงความเป็นสปอร์ตอยู่นิด ๆ อีกทั้งยังมีในส่วนของท่อไอเสียที่ใช้แบบซ่อนตัว ซึ่งเรียบเนียนไปกับดีไซน์ที่เข้ากันทั้งตัวรถ ช่วยให้รถดูปราดเปรียวมากยิ่งขึ้น ตามด้วยอัลลอยขนาด 17 นิ้วและยางรถยนต์ที่ช่วยลดแรงต้านของการหมุน

Lexus ES 300H

Lexus ES 300H

          มา ต่อกันที่ในห้องโดยสาร ES 300H มีการตกแต่งด้วยลายไม้ตัดกับวัสดุสีโลหะ ตามด้วยระบบ Remote Touch Interface ที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย ใช้ระบบเครื่องเสียง Mark Levinson และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมาย อาทิเช่น เครื่องเล่นเพลง วิทยุ DVD พร้อมช่องเชื่อมต่อแบบ USB ที่สำคัญ หากมีสิ่งกีดขวางที่อยู่ใกล้ ๆ แต่ไม่สามารถมองเห็นได้ ก็จะมีฟังก์ชั่นช่วยเตือนให้ผู้ขับขี่ได้รับรู้อีกด้วย

          ในส่วนของเครื่องยนต์ ES 300H รุ่นนี้เป็นระบบไฮบริด เครื่อง 4 สูบ 2.5 ลิตร ซึ่งตามข้อมูลระบุไว้ว่า มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 40 ไมล์ต่อแกลลอน ทั้งนี้ทั้งนั้น หากใครที่สนใจ ES 300H รุ่นนี้ก็อดใจรอกันสักหน่อย เพราะทาง Lexus มีแผนจะออกจำหน่ายในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ขณะที่ราคาค่าตัว ทาง Lexus ก็ยังอุบเงียบ ไม่มีเปิดเผยออกมาให้ทราบแต่อย่างใด

วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Lexus ส่ง RX ใหม่ 3 รุ่น ราคาเริ่มต้นที่ 4,090,000 บาท

      หากจะพูดถึงค่าย "Lexus" แล้ว รถรุ่นเด่นรุ่นดังของพวกเขาอย่
าง "RX" นั้นถือเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างดี เพราะด้วยความเป็นรถ SUV รวมถึงการดีไซน์ที่ลงตัวและเหมาะกับการใช้งานในหลาย ๆ ด้าน มาในปี 2012 นี้ Lexus ก็ได้ฤกษ์งามยามดี เปิดตัว RX รุ่นใหม่มาให้สัมผัสกันแบบคันเป็น ๆ ในบ้านเราแล้ว หลังจากที่เปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นไปได้ไม่นาน โดย RX รุ่นใหม่ที่ว่านี้ จะเป็น SUV สุดหรูที่ได้รับการออกแบบให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ซึ่งได้คุณภาพด้านวิศวกรรมการผลิตระดับโลก

          RX โฉมใหม่นี้มีสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาเพียบ เริ่มตั้งแต่ กระจังหน้าใหม่ แบบ Spindle Grille กันชนดีไซน์ใหม่ ทรงสปอร์ตพร้อมช่องระบายลมแบบรังผึ้ง ไฟหน้า - ท้าย ดีไซน์ใหม่ ล้อแม็กซ์อัลลอยด์ พวงมาลัย "Three-spoke steering wheel" ดีไซน์ใหม่ ที่เพิ่มความสบายและผ่อนคลายในการขับขี่มากขึ้น ตามด้วยระบบปรับเบาะและพวงมาลัยอัตโนมัติ (Seat/Steering auto return & away system) เพื่อให้การขึ้น - ลงรถเป็นไปอย่างง่ายดาย

          นอกจากนั้นแล้ว ยังมีการเพิ่มความล้ำสมัยกับแผงตกแต่งด้วยลาย Metallic บริเวณ Glove box ซึ่งภายในห้องโดยสาร จะกว้างขวางและพร้อมประโยชน์ใช้สอยได้มากกว่ารถ SUV ทั่ว ๆ ไปด้วย คือมีการทำงานแบบ "One - action" ซึ่งเมื่อมีการพับเบาะที่นั่งด้านหลัง เบาะจะเคลื่อนต่ำลงด้วย เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการวางสัมภาระได้มากขึ้นนั่นเอง

          ในส่วนของ การควบคุมนั้น Lexus มีนวัตกรรมใหม่มานำเสนอด้วย กับ "2nd Generation Remote Controller"  ควบคุมระบบต่าง ๆ เป็นไปเพียงปลายนิ้วสัมผัส ระบบช่วยจอด (Parking Assist System) ระบบแผนที่นำทาง (Lexus Navigation System) พัฒนาขึ้นใหม่สำหรับลูกค้าชาวไทยเท่านั้น ด้วยเมนูที่มีภาษาไทยในการแสดงแผนที่แบบ HDD (Hard Disk Drive) และบอกเส้นทางด้วยระบบเสียง ซึ่งให้ข้อมูลการจราจรในเขตกรุงเทพฯ แบบ Real-time ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลกองบังคับการตำรวจจราจร และระบบเครื่องเสียง Lexus Audio System 12 ลำโพง พร้อมรองรับระบบ DVD

          ด้านความปลอดภัย RX โฉมใหม่ใช้เทคโนโลยีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น โครงสร้างตัวถังที่ได้รับการออกแบบให้แข็งแกร่งมากขึ้น ถุงลมเสริมความปลอดภัย 10 ตำแหน่ง เรียกได้ว่ารองรับการกระแทกโดยรอบตัวรถเลยก็ว่าได้

Viano Vision Diamond รถตู้สุดหรูหราอลังการ

      ฮือ ฮากันพอสมควรกับ Viano Vision Diamond รถตู้คันนี้ ที่นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นรถของ "เมอร์เซเดส เบนซ์" (Mercedes-Benz) ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความหรูหราแล้ว หากใครที่ได้สัมผัสและมาเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ภายในตัวรถแล้วล่ะก็ อาจจะบอกได้ว่า คำว่า "หรูหรา" นั้น ดูจะไม่เข้าถึงอารมณ์รถคันนี้เลยด้วยซ้ำ

          สำหรับ Viano Vision Diamond คัน นี้ เป็นรถตู้ดีไซน์สปอร์ต ที่มีจุดเด่นตั้งแต่สีของตัวรถ ตามด้วยล้ออัลลอยแบบ 5 ก้าน ที่รับกับดีไซน์ของตัวรถได้เป็นอย่างดี ขยับเข้ามาในส่วนของภายในห้องโดยสาร ก็เน้นเบาะหนังสีขาวนวล ซึ่งไม่ใช่แค่เบาะหนังธรรมดา ๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นเบาะที่สามารถนวดผ่อนคลายในระหว่างเดินทางได้ด้วย


Viano Vision Diamond รถตู้สุดหรูหราอลังการ

          นอกจากจะมีเบาะที่พร้อมกับฟังก์ชั่นการนวดแล้ว ในรถยังมีระบบทำความอุ่นแล้วความเย็นให้พร้อม มีตู้เย็นให้ได้แช่แชมเปญเย็น ๆ อีกด้วย ตามมาติด ๆ กับทีวีจอแบนขนาด 40 นิ้ว เครื่องเสียงอย่างดีจาก "Bang & Olufsen" พร้อมการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบ W-LAN ให้ใช้งานกันได้ในทุกที่ ทุกเวลา

          ในส่วน ของสมรรถนะนั้น ยังไม่มีข้อมูลออกมาว่าใช้เครื่องยนต์แบบไหน ให้กำลังเท่าไหร่ แต่ดู ๆ แล้วก็คงจะแรงไม่น้อยเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรถจากค่ายดังที่น่าจับตามองไม่น้อย โดยเฉพาะเหล่าบรรดานักธุรกิจทั้งหลายด้วยแล้ว เชื่อว่าคงอยู่ในความสนใจกันพอสมควร

ชมรถสุดหรู พร้อมเทคโนโลยีครบครันกับ Cadillac Escalade ESV

     หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการนั่งรถไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ แต่ไม่อยากพลาดการติดต่อสื่อสารในการดำเนินธุรกิจ หรือประชุมด่วนในระหว่างเดินทาง รับรองว่าคุณจะต้องหลงใหลในมนตร์เสน่ห์ของรถยนต์สุดหรู "คาดิลแลค เอสคาเลด อีเอสวี" (Cadillac Escalade ESV) อย่างแน่นอน


Cadillac Escalade ESV

           รถคาดิลแลค เอสคาเลด อีเอสวี ผลิตโดยบริษัทเบ็คเกอร์ ออโตโมทีฟ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ออกแบบและใส่ความมหัศจรรย์ให้กับลีมูซีนดีไซน์ล้ำคันนี้ได้อย่างลง ตัว โดยภายในรถมีเก้าอี้นั่งที่ทำจากหนังอย่างดี ซึ่งมาพร้อมกับเครื่องมือ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นทีวีจอ HD ขนาดใหญ่ พร้อมระบบเสียงรอบทิศทางราวกับนั่งชมอยู่ในโรงหนัง ตู้สำหรับแช่เครื่องดื่ม โทรศัพท์ ระบบคอมพิวเตอร์ และ WiFi ให้ใช้งาน

           สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรือจำเป็นต้องประชุมงานด่วนในขณะเดินทาง ภายในตัวรถยังมีระบบเปิด - ปิดฉากกั้นอัตโนมัติระหว่างผู้โดยสารและคนขับรถให้เสร็จสรรพ นอกจากนี้ หากผู้โดยสารต้องการยืดเส้นยืดสาย ก็มีเครื่องปั่นจักรยานขนาดย่อมในตัวรถ ให้คุณได้ออกกำลังกายแบบเบา ๆ อีกด้วย

Cadillac Escalade ESV

           มากไปกว่านั้น ทางบริษัทผลิตรถยนต์ยี่ห้อดังกล่าว ยังมีบริการติดตั้งเกราะกันกระสุนให้กับรถ โดยเตรียมไว้ให้สำหรับเหล่านักการเมืองหรือบุคคลสำคัญต่าง ๆ จากทั่วโลก ซึ่งต้องการระบบการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

           สำหรับราคาของสุดยอดนวัตกรรมยานยนต์คันนี้ จะอยู่ระหว่าง 83,500 ปอนด์ (หรือประมาณ 4.2 ล้านบาท) ถึง 161,000 ปอนด์ (หรือประมาณ 8 ล้านบาท) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้งานต้องการเสริมแต่งความพิเศษให้กับตัวรถมากแค่ ไหน แต่รับรองเลยว่าคุณจะต้องประทับใจไปกับความล้ำสมัยของ คาดิลแลค เอสคาเลด อีเอสวี คันนี้อย่างมาก

BMW 325i จำกัดจำนวน ไม่จำกัดความมัน

BMW 325i จำกัดจำนวน ไม่จำกัดความมัน (GMLIVE)


          แม้ ว่าจะผลิตขึ้นเพียง 48 คันในประเทศแต่สำหรับความสนุก รถยนต์คันนี้ให้คุณได้มากเสียยิ่งกว่ามาก เราก็รู้เหมือนๆ กับคุณว่า BMW ซีรีส์ 3 โฉมใหม่กำลังจะมาถึงในเร็ววัน แต่ด้วยความพิเศษของ BMW 325i จึงอดไม่ได้ที่อยากจะลองขับดูสักหน่อยว่า มันพิเศษอย่างไรบ้าง

          ความเหมือนอันแตกต่างเมื่อมองเผินๆ คุณอาจรู้สึกว่าทุกอย่างก็เหมือนกับรุ่นปกติที่ขายกันอยู่ แต่จริงๆ แล้วมันมีรายละเอียดอยู่ไม่น้อยที่แตกต่างอย่างแรกที่จะเห็นได้ คือ ชุดสเกิร์ตรอบคันจาก M Aerodynamics Kit รอบคัน ยาง และล้อถูกเปลี่ยนจากของมาตรฐานมาเป็นล้อรุ่น M Star Spoke 193 ของ M พร้อมเพิ่มขนาดของยางให้ใหญ่ขึ้น โดยล้อหน้าใส่ยางขนาด 8.0×18 นิ้วส่วนด้านหลังเป็นขนาด 8.5×18 นิ้ว BMW ยังปรับช่วงล่างให้เตี้ยลงให้พอดีกับซุ้มล้อ นั่นคือความแตกต่างที่เห็นได้ชัด

          แต่ สิ่งที่มีเหมือนกันก็คือ รถสปอร์ตคันนี้ไม่ลืมให้ความสำคัญกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน BMW ใส่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาให้อย่างครบ ครัน ไม่น้อยกว่ารุ่นมาตรฐาน ทั้งเบาะที่นั่งปรับไฟฟ้าที่สามารถปรับด้านข้างของเบาะให้กระชับขึ้น เพื่อซึมซับความรู้สึกแบบรถสปอร์ต จอแสดงผลขนาดใหญ่ ขนาด 8 นิ้วพร้อมระบบ iDrive มีฮาร์ดดิสก์ในตัวขนาด 12 GB ไว้สำหรับเก็บไฟล์เพลงและไฟล์ วิดีโอ มีระบบนำทาง BMW Navigation System Professional ติดมาให้ พร้อมทั้งการเชื่อมต่อแบบบลูทูธสำหรับโทรศัพท์มือถืออีกด้วย
          ภาย ในห้องโดยสารเน้นโทนสีอิฐ ดำ และเงิน แสงภายในห้องโดยสารเน้นโทนสีแดง ทั้งหมดให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉง และรับรู้ได้ถึงพลังของเครื่องยนต์ที่อยู่ใต้ฝากระโปรงหน้ามีการลดทอน บางอย่างลงเพื่อเพิ่มความดุดัน เช่น เกียร์อัตโนมัติที่ยังไม่ใช้เกียร์ไฟฟ้าแบบที่เราเห็นในรถยนต์ BMW รุ่นหลังๆ แต่เพิ่มคันเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ Steptronic สำหรับการเปลี่ยนเกียร์ที่ลื่นไหลขึ้น โดยเฉพาะการขับในโหมดเกียร์แบบสปอร์ต (DS)



BMW 325i จำกัดจำนวน ไม่จำกัดความมัน

ขุมพลังแห่งความสนุก

          BMW 325i Sport ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.5 ลิตร 6 สูบเรียง DOHC 24 วาล์ว ระบบวาล์วแปรผัน Valvetronic มาพร้อมเทคโนโลยี Effiffiicient Dynamics ซึ่ง ถือเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ BMW ไปแล้ว สามารถรีดแรงม้าออกมาได้ที่ 218 ตัว ที่ 6,500 รอบ/นาที ความเร็วสูงสุดที่ BMW อ้างไว้คือ 242 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเราเหยียบไม่ถึง เลยไม่รู้ว่ามันทำได้อย่างที่ว่าจริงหรือเปล่า แต่ที่รู้แน่ๆ คือมันเป็นรถแรงที่ บริโภคน้ำมันไม่มากนัก โดยเฉพาะเมื่อคุณขับในโหมดปกติ (D) ด้วยความเร็วคงที่ราว 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจะอยู่ที่ราว 12-14 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งนับว่าน่าประทับใจ

          แต่นั่นคนละเรื่องกับการขับขี่ในโหมดสปอร์ต (DS) และการเลือกใช้การเปลี่ยนเกียร์แบบ Manual ด้วยจำนวนรอบที่ถูกปรับให้สูงขึ้น และจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่กระชั้น การขับขี่ในโหมดสปอร์ต อาจจะบริโภคน้ำมันได้สูงถึง 8-10 กิโลเมตร/ลิตร

          การ ตอบสนองของเครื่องยนต์ทำได้ดี แม้ว่าจะอืดนิดหน่อยในช่วงแรกของการออกตัว โดยเฉพาะการขับใน โหมดปกติ (D) อาจสร้างความผิดหวังสำหรับรหัส ‘Sport’ ที่พ่วงท้าย แต่หากคุณปรับเปลี่ยนมาสู่โหมด DS บอกได้เลยว่าเหมือนหนังคนละม้วน ระบบทดกำลังถูกปรับให้รอบจัดขึ้น จังหวะเปลี่ยนเกียร์ที่กระชั้นทำให้การตอบสนองทันใจมากขึ้นพวงมาลัยฝืนไปนิด
          สำหรับคน ที่ไม่คุ้นเคยกับ BMW มีอาการขืนๆ อยู่บ้าง ยิ่งเมื่อบวกกับล้อที่มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วยแล้ว อาจมีความรู้สึกว่าหนัก แต่จริงๆ แล้ว นี่เป็นข้อดีสำหรับรถที่มีสมรรถนะของเครื่องยนต์สูง เพราะทำให้การทรงตัวและการบังคับรถในย่านความเร็วสูงนั้นทำได้อย่างมั่นคง และปลอดภัยมากขึ้น

          ระบบช่วงล่างถูกเซตมาแบบรถสปอร์ต โดยใช้ชุดแต่งของ M เช่นกัน เป็นระบบกันสะเทือนอิสระ 4 ล้อ ทั้งหนึบ กระด้าง และแข็ง แต่มั่นคง ซึ่งก็ถือเป็นเอกลักษณ์ของเขาที่คุณจำต้องทำใจและเพื่อให้เหมาะสมกับความแรง มันมาพร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบ Engine Brake ที่จะทำงานทันทีเมื่อคุณถอนคันเร่งในย่านความเร็วสูง และระบบ Brake Fade Compensation ซึ่งช่วยเพิ่มแรงกดของผ้าเบรกโดยอัตโนมัติ
          ระบบ สามารถคำนวณความจำเป็นในการเพิ่มแรงกดจากระบบเบรกโดยรวม ว่าถูกใช้งานหนักเพียงใด มีความร้อนสะสมมากไหมจากอุณหภูมิของจานเบรก ซึ่งช่วยลดระยะการเบรก และระยะเวลาในการตอบสนองยังมีระบบ DSC (Dynamic Stability Control) ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการขับ โดยเฉพาะในถนนลื่นได้อีกทางหนึ่ง

BMW 325i จำกัดจำนวน ไม่จำกัดความมัน

          หากชีวิตมีสองด้าน อย่างที่พวกนักเขียนเขาชอบพูดกัน BMW 325i Sport คันนี้ก็เป็นรถยนต์ที่มีสองด้านที่สอดประสานกันได้อย่างดี มันเป็นรถที่ขับสนุก เป็นรถที่หนุ่มๆ ทุกคนน่าจะอยากได้ไว้สักคัน คุณสามารถเป็นหนุ่มโก้ในวันปกติ และโลดโผนโจนทะยานได้อีกนิดในเวลาที่คุณอยากเติมความคึกคัก ด้วยราคา 3 ล้านนิดๆ หากรักชอบ BMW ก็ไม่น่าจะแพงเกินไป

Range Rover Evoque รถคันนี้เจ๊วิค เป็นคนดีไซน์ไว้

       ด้วยความที่เธอเก่งในด้านของแฟชั่นดีไซเนอร์ ทาง เรนจ์ โรเวอร์ เลยขอจับมือ "วิคตอเรีย เบ็คแฮม" (Victoria Beckham) ภรรยาคนสวยของสุดหล่อวงการลูกหนัง "เดวิด เบ็คแฮม" (David Beckham) มาช่วยกันดีไซน์รถคันใหม่ซะเลย ซึ่งผลงานร่วมกันของทั้งสองก็คือ "Evoque" รุ่นพิเศษ รุ่นนี้นี่เอง!!

           Evoque รุ่นนี้ มีชื่อเรียกเต็ม ๆ ว่า "Range Rover Evoque Victoria Beckham special edition" ได้ รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วในงาน Auto China 2012 ที่จัดขึ้นกันไปแล้วเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา และจากภายในงานดังกล่าว ก็ดูเป็นที่สนใจของชาวจีนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

           ในด้านของสมรรถนะ Evoque รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ทำกำลังที่ 240 แรงม้า ขับเคลื่อนทั้งแบบ 2 และ 4 ล้อ ใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด มีอัตราเร่งจาก 0 - 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ 7.6 วินาที และมีอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิง เฉลี่ย 8.7 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร


Range Rover Evoque

           การดีไซน์ภายนอก ใช้กระจังหน้าแบบใหม่ที่เข้ากับสปอยเลอร์แบบลงตัวสุด ๆ ตามด้วยล้ออัลลอยแบบ 12 ก้าน ขนาด 20 นิ้ว ซึ่งช่วยให้รถดูดุดันและแข็งแกร่งมาก ๆ ส่วนภายในตัวรถ Evoque ใช้เบาะหนังอย่างดีที่ตัดเย็บด้วยมือล้วน ๆ ด้วยโทนสีน้ำตาลแบบ Vintage ย้อยยุค แถมด้วยการลงลายเซ็นของสุดสวย วิคตอเรีย เอาไว้ด้วย ที่ช่วยเสริมความหรูหราให้กับตัวรถได้ดีทีเดียว

           สำหรับ เหตุผลที่ทาง เรนจ์ โรเวอร์ เลือกจับมือกับ วิคตอเรีย ก็เพื่อสื่อให้เห็นถึงความปราดเปรียวของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่สวยงามและคล่อง ตัวกว่าแต่ก่อนนั่นเอง อีกทั้งยังหวังด้วยว่า การที่ได้ร่วมมือกับ วิคตอเรีย น่าจะเป็นการช่วยเพิ่มยอดการจำหน่ายได้มากพอควร ที่สำคัญไปกว่านั้น ทาง เรนจ์ โรเวอร์ จะผลิต Evoque รุ่นพิเศษนี้เพียงแค่ 200 คันเท่านั้น โดยจะวางจำหน่ายไปยังโชว์รูมของ แลนด์ โรเวอร์ ที่มีอยู่ทั้งใน เอเชีย ยุโรป และอเมริกา เรียกได้ว่าหมดแล้วหมดเลย ไม่ผลิตเพิ่มเติมแต่อย่างใด

           ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครที่อยากเป็น 1 ใน 200 คนก็เตรียมควักเงินกระเป๋าให้พร้อม โดย Evoque รุ่นนี้ มีราคาค่าตัวอยู่ที่ 79,995 ปอนด์ หรือเกือบ ๆ 4 ล้านบาทนะคร้าบบบ..

PORSCHE 911 สปอร์ตเข้มแรงดุดัน

PORSCHE 911 สปอร์ตเข้มแรงดุดัน (ยานยนต์)


          ยนตรกรรมสปอร์ตยอดนิยมจากแดนยุโรป PORSCHE 911 Carrera กับการเปลี่ยนลุคใหม่ล่าสุดของรูปลักษณ์อันโฉบเฉี่ยวของไฟหน้าและตัวถังที่ ยาวขึ้น อีกทั้งดีไซน์ที่ได้รับการลงลึกในรายละเอียดทุกชิ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความเป็นเจ้าชายกบแบบสปอร์ต 911 ที่ไม่ผิดเพี้ยน และเข้มข้นกับขุมพลังอันร้อนแรงและความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เปลี่ยน แปลง


PORSCH 911 Carrera
911 Carrera
          ด้วยขนาดฐานล้อขยายให้มีความกว้างมากขึ้นกว่า 100 มิลลิเมตร และลดระดับความสูงตัวรถให้ต่ำลง เพื่อรับกับการติดตั้งล้อขนาดใหญ่ 20 นิ้ว และช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับรูปทรงที่แข็งแกร่ง ในขณะเดียวกันเสริมรูปลักษณ์ภายนอกกับความเป็นรถยนต์สปอร์ตยอดนิยม ออกแบบด้านหน้าให้มีมิติที่กว้างขึ้นเพื่อสร้างความโดดเด่นทำให้ 911 Carrera ใหม่ มีสมรรถนะการทรงตัวดีเยี่ยม กระจกมองข้างออกแบบใหม่ติดตั้งเข้ากับด้านบนของตัวประตูรถ ช่วยให้ทัศนวิสัยในการมองที่ดีขึ้นและความสมดุลตามหลักอากาศพลศาสตร์ ย้ำให้เห็นถึงการออกแบบที่ลงตัวและสร้างความประทับใจให้กับสายตาของผู้พบ เห็น

          ด้วยตัวรถที่มีน้ำหนักเบาจากการใช้เหล็กผสมกับอะลูมิเนียมประสิทธิภาพเยี่ยม น้ำหนักตัวรถลดลงกว่า 45 กิโลกรัม และตัวรถมีความกว้างขึ้น สปอยเลอร์หลังได้รับการขยายเพิ่มประสิทธิภาพให้สมดุลตามหลักอากาศพลศาสตร์ ส่งผลให้การยกตัวที่เกิดจากลมทางด้านล่างลดลง เพื่อความลงตัวและเข้ากับรูปลักษณ์ภายนอกที่มีความทันสมัย

PORSCH 911 Carrera
911 Carrera
          นักออกแบบได้นำคอนเซ็ปท์ของ Carrera GT มาใช้เป็นไอเดียสำหรับออกแบบห้องโดยสารของ 911 Carrera ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ง่ายมากขึ้น และคอนโซลกลางออกแบบให้เชื่อมต่อกันไปจนถึงคอนโซลหน้า ตำแหน่งคันเกียร์ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ให้อยู่สูงขึ้นใกล้กับพวงมาลัย และในด้านความคลาสสิคได้รับการเติมแต่งเข้าไปในห้องโดยสารอย่างครบครัน อาทิ หน้าปัดแบบห้าวง หน้าจอมีความละเอียดสูงแสดงผลการทำงานได้หลายระบบติดตั้งอยู่ตรงกลางเพื่อ แสดงการทำงานรอบเครื่องยนต์

          ขุม พลังที่จัดจ้านของเครื่องยนต์ 911 Carrera นี้ได้รับการเพิ่มเติมให้อัตราการกินน้ำมันเชื้อเพลิงที่น้อยกว่า 10 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร เกิดจากการใส่ระบบการทำงานต่าง ๆ อาทิ ระบบสตาร์ท/หยุด อัตโนมัติ (Auto Start/Stop) ระบบการจัดการความร้อน (Thermal Management) ระบบ Electrical System Recuperation การนำพลังงานไฟฟ้ากลับมาใช้ใหม่และระบบส่งกำลังเกียร์ธรรมดา 7 จังหวะและระบบเกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะจากปอร์เช่ Porsche-Doppelkupplungsgetriebe (PDK) พวงมาลัยแบบ Electro-Mechanical Power Steering ใหม่ล่าสุด ที่ให้มีความแม่นยำในการตอบสนองช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ควบคู่ไปกับ การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง

          โดย 911 Carrera ใหม่ให้พลังสูงสุด 350 แรงม้า จากเครื่องยนต์ขนาด 3.4 ลิตร แบบสูบนอน และระบบเกียร์ PDK จะมีการกินน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 8.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์อยู่ที่ 194 กรัม/กิโลเมตร

PORSCH 911 Carrera s
911 Carrera S

PORSCH 911 Carrera s
911 Carrera S
PORSCH 911 Carrera s
911 Carrera S
          สำหรับรุ่น 911 Carrera S มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 3.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุดได้ถึง 400 แรงม้า พร้อมติดตั้งระบบเกียร์ PDK การบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงจะลดลงถึง 14 เปอร์เซ็นต์ ด้วยขนาดฐานล้อที่ขยายใหญ่ขึ้น ให้การยึดเกาะถนนเพิ่มขึ้นทั้งในเรื่องการทรงตัวที่ดี

          ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถเลือกติดตั้งระบบอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เพิ่มเติมความคล่องตัวโดยเฉพาะระบบการควบคุมการทรงตัวหรือระบบ Pursche Dynamic Chassis Control (PDCC) ที่สามารถติดตั้งกับ 911 Carrera S ได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย และรถรุ่นใหม่นี้มีการพัฒนาทั้งรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและความลงตัวเข้ากับ ประสิทธิภาพและสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้น และเต็มไปด้วยความเป็นสปอร์ตสามารถขับขี่ใช้งาน สำหรับ 911 Carrera ราคาเริ่มต้นที่ 12,650,000 บาท และ 911 Carrera S ราคาเริ่มต้นที่ 14,500,000 บา

PORSCH 911 Carrera s
911 Carrera S
PORSCH 911 Carrera s
911 Carrera S